แบรนด์ระดับโลก ผู้ค้าปลีกตามย่านต่างๆ ผู้ประกอบการหน้าใหม่ และครีเอเตอร์ที่ขายสินค้าเฉพาะกลุ่มต่างหันมาใช้ WooCommerce เพื่อเริ่มขายออนไลน์ WooCommerce (ซึ่งสร้างขึ้นบน WordPress) ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถดูแลและควบคุมทุกส่วนของประสบการณ์อีคอมเมิร์ซได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบัน ร้านค้าออนไลน์กว่า 4 ล้านแห่งดำเนินงานบน WooCommerce จึงเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับแนวหน้าสำหรับร้านค้าชั้นนำ 1 ล้านแห่งบนอินเทอร์เน็ต ในขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนอีคอมเมิร์ซกว่า 30% จากทั่วโลก
ในการคงความเป็นผู้นำเอาไว้ Woo จำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมต่างๆ อยู่ตลอดไปตามความคาดหวังของลูกค้า ความต้องการในการชำระเงิน และโมเดลการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป Woo ได้ร่วมงานกับ Stripe มากว่า 1 ทศวรรษแล้ว เพื่อมอบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ยืดหยุ่นให้กับธุรกิจต่างๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าเปิดตัวได้เร็วขึ้น ขายได้ทั่วโลก และเติบโตในแบบที่ตนต้องการ
Silu Modi รองประธานฝ่าย Payments Partnerships ของ Woo กล่าวว่า "Stripe ทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์จริงๆ ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบลูกค้ากับผู้ให้บริการ เราลงทุนกับความสำเร็จของกันและกัน"
สร้างขึ้นมาเพื่อการค้าระดับโลก
Woo ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe ตั้งแต่ปี 2016 เพื่อขับเคลื่อนฟังก์ชันการประมวลผลการชำระเงินหลักๆ เช่น ส่วนขยาย Stripe for WooCommerce และบริการสำหรับผู้ค้าในระเบียน โดยในปี 2021 Woo ก็ได้ยกระดับการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe ขึ้นอย่างมากเพื่อเปิดตัว WooPayments ซึ่งเป็นโซลูชันการชำระเงินแบบผสานการทำงานเต็มรูปแบบที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับระบบของ WooCommerce โดยเฉพาะ
Stripe ช่วยให้ WooCommerce สามารถมอบสิ่งที่ยอดเยี่ยมจากทั้ง 2 บริการให้กับผู้ค้าได้ โดยจะใช้ประสบการณ์การชำระเงินบน Woo ที่ผสานการทำงานเต็มรูปแบบผ่าน WooPayments หรือการเชื่อมต่อโดยตรงกับ Stripe ด้วยส่วนขยายก็ได้
ปัจจุบัน WooPayments ให้บริการผู้ค้าในเกือบ 40 ประเทศทั่วอเมริกาเหนือ เอเชียแปซิฟิก ตลอดจนยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ผู้ค้าสามารถใช้ WooPayments เพื่อจัดการธุรกรรม การเบิกจ่าย การคืนเงิน การโต้แย้งการชำระเงิน และการรายงานได้จากภายในแดชบอร์ด Woo เมื่อฟังก์ชันเหล่านี้มารวมอยู่ที่เดียวในแดชบอร์ดที่ครอบคลุม WooPayments ก็ช่วยให้ผู้ค้าใช้เวลาน้อยลงในการสลับไปมาระหว่างเครื่องมือต่างๆ และมีเวลาใส่ใจลูกค้า สินค้า และการเติบโตของตนได้มากขึ้น
เทคโนโลยีของ Stripe ช่วยขับเคลื่อน WooPayments ในทุกๆ ด้าน โดย Woo ใช้ Stripe Connect เพื่อให้ผู้ค้าเริ่มต้นใช้งานได้อย่างรวดเร็ว จัดการการปฏิบัติตามข้อกำหนดและการยืนยันตัวตน และรองรับการเบิกจ่าย ส่วน Instant Payouts ก็ช่วยให้ผู้ค้าได้รับเงินในไม่กี่นาทีแทนที่จะใช้เวลาเป็นวันๆ เพื่อให้กระแสเงินสดคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ Woo ยังใช้ Stripe Billing เพื่อรองรับผู้ค้าที่ใช้โมเดลรายรับตามแบบแผนล่วงหน้า เช่น การชำระเงินตามรอบบิล การเป็นสมาชิก และบริการแบบผ่อนชำระ ในขณะเดียวกันก็ใช้ Stripe Capital for Platforms เพื่อให้ผู้ค้าที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อเสนอเงินช่วยเหลือได้โดยตรงผ่าน WooPayments
Woo ช่วยให้ผู้ค้าเข้าถึง Payments Intelligence Suite ของ Stripe ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงิน การป้องกันการฉ้อโกง และข้อมูลธุรกิจได้ผ่าน Stripe Payments นอกจากนี้ WooPayments ยังรวม Stripe Radar ซึ่งช่วยตรวจจับและบล็อกการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์ ส่วน Adaptive 3D Secure ในตัวจะรองรับการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็นให้เหลือน้อยที่สุด
ทางเลือกอื่นๆ ในการชำระเงิน
โมเดลโอเพนซอร์สของ WooCommerce ตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีนอกอเมริกาเหนือ ซึ่งผู้ค้าให้ความสำคัญกับความเป็นเจ้าของข้อมูลและความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์ม โดยในปัจจุบัน ปริมาณการชำระเงินผ่าน WooPayments ประมาณ 60% ก็มาจาก EMEA
เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ WooCommerce ก็คือความหลากหลายในระดับโลก แพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับสหรัฐอเมริกาหรือตลาดเฉพาะอื่น แต่เมื่อเป็นพาร์ทเนอร์กับ Stripe เราก็สามารถช่วยให้ผู้ค้าเข้าถึงประสบการณ์อีคอมเมิร์ซระดับโลกได้
นอกจากการรับบัตรเครดิตและกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Apple Pay และ Google Pay แล้ว ผู้ค้ายังสามารถใช้ WooPayments เพื่อรับชำระเงินด้วยวิธีในท้องถิ่นในตลาดสำคัญๆ ทั่วโลกได้ด้วย เช่น iDEAL, Alipay, WeChat Pay, Bancontact, EPS, GrabPay, Multibanco และ Przelewy24 นอกจากนี้ ผู้ค้ายังสามารถเปิดใช้ตัวเลือกแบบซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลังได้ด้วย เช่น Klarna, Affirm และ Afterpay/Clearpay ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าได้รับเงินล่วงหน้า ส่วนลูกค้าก็ชำระเงินได้ยืดหยุ่นอย่างที่ต้องการมากขึ้น
Woo ได้เปิดตัว Instant Bank Payments (โซลูชันแบบ ACH รุ่นใหม่ของ Stripe ที่ให้บริการผ่าน Link เท่านั้น) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการชำระเงิน โดยลูกค้าในสหรัฐอเมริกาสามารถชำระเงินได้โดยตรงจากบัญชีธนาคารด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการชำระเงินด้วยบัตร ระบบจะยืนยันรายการชำระเงินทันทีและเงินจะเข้ามาในยอดคงเหลือเรียบร้อยใน 2 วันทำการแบบเดียวกับการชำระเงินด้วยบัตร ในขณะที่ Stripe จะรับประกันความเสี่ยงจากการคืนเงินที่เริ่มโดยธนาคาร
นอกจากนี้ WooPayments ยังมาพร้อม WooPay ซึ่งเป็นประสบการณ์การชำระเงินด่วนที่สร้างขึ้นบน Link ของ Stripe ลูกค้าเก่าจะไม่ต้องป้อนรายละเอียดอีกรอบ และทำการซื้อให้แล้วเสร็จได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้งในร้านค้าทุกร้านที่รองรับ WooPayments ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ค้า WooPay จะช่วยลดอุปสรรคในการชำระเงินโดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติม
จากร้านค้าออนไลน์สู่การค้าที่จุดขาย
ไม่ว่าจะตั้งแผงขายของในตลาด ขายผ่านเคาน์เตอร์ชำระเงิน เก้าอี้ทำผม หรือไซต์งานของลูกค้า ผู้ค้าก็สามารถใช้ระบบของ Woo เดียวกันนี้เพื่อรับชำระเงินได้ทุกที่ที่ทำธุรกิจ โดย Woo ทำให้ลูกค้าสามารถจัดการการขายออนไลน์และออฟไลน์ในที่เดียวกันได้โดยผสานการทำงาน Stripe Terminal (ชุดเครื่องมือในการรับชำระเงินที่จุดขาย) เข้ากับ WooPayments
นอกจากการให้สิทธิ์เข้าถึงเครื่องอ่านบัตรที่มีการรับรองล่วงหน้าแล้ว Woo ยังเปิดใช้ Tap to Pay ผ่าน Stripe Terminal SDK ด้วย เพื่อให้ผู้ค้าสามารถรับชำระเงินที่จุดขายได้โดยใช้เพียงอุปกรณ์ iPhone หรือ Android ที่เข้ากันได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องอ่านบัตร และเมื่อผสาน Tap to Pay เข้ากับแอป Woo โดยตรง ผู้ค้าก็จะสามารถดาวน์โหลดแอป เปิดร้านค้า และเริ่มรับชำระเงินที่จุดขายได้ภายในเวลาเพียง 2 นาที
Doug Aitken หัวหน้าฝ่าย Payment Operations ของ Automattic (บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง WordPress และ Woo) กล่าวว่า "การเริ่มทำธุรกิจอาจเป็นเรื่องท้าทาย แต่ Woo พร้อมด้วย Tap to Pay และ Stripe Terminal SDK จะช่วยให้การเริ่มต้นทำธุรกิจและการขายของเป็นเรื่องง่าย คุณมี iPhone หรือเปล่า เยี่ยมเลย แค่ดาวน์โหลดแอป Woo แล้วสร้างบัญชี เท่านี้คุณก็เป็นผู้ค้าได้แล้ว"
เตรียมพร้อมสำหรับการค้าแบบใช้เอเจนต์
เอเจนต์จะค้นหาสินค้า เปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ และทำการซื้อในนามของลูกค้าอยู่แล้ว เมื่อเครื่องมือ AI ต่างๆ เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนพบและซื้อสินค้าไปจากเดิม Woo และ Stripe ก็ร่วมมือกันเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้ผู้ค้าของ Woo สามารถขายผ่านเอเจนต์ได้
"ในฐานะที่เราเป็นแพลตฟอร์ม เรามองว่า เรามีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยให้ผู้ค้าได้พบกับลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ผู้ค้ามองหาโซลูชันจากเราเพื่อให้สามารถเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายและช่องทางการขายรูปแบบใหม่นี้ได้" Beau Lebens ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO และ Artistic Director ของ WooCommerce กล่าว "ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เราสามารถพูดได้ว่า "นี่คือโปรโตคอลรูปแบบใหม่ทั้งหมด นี่คือระบบที่คุณจำเป็นต้องเลือกใช้" และเราก็สามารถวางระบบให้ลูกค้าเปิดใช้งานได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่ม"
<br>WooCommerce (ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้านการเปิดตัว Agentic Commerce Suite) ช่วยให้ผู้ค้าสามารถทำให้เอเจนต์พบสินค้าต่างๆ ของตนได้ผ่านการผสานการทำงานเพียงครั้งเดียว ธุรกิจต่างๆ จะเชื่อมต่อแค็ตตาล็อกสินค้าของตนกับ Stripe เพียงครั้งเดียว แล้วขายผ่านเอเจนต์หลายๆ รายได้ โดย Stripe จะจัดการเรื่องการค้นพบ การชำระเงิน และระบบป้องกันการฉ้อโกง
Stripe เป็นศูนย์กลางของขั้นตอนการทำธุรกรรมจริงๆ เลยก็ว่าได้ โดยเป็นองค์ประกอบทางเทคนิคที่แสนซับซ้อนบางส่วนที่เราใช้จัดการการทำธุรกรรมเหล่านี้
เมื่อระบบผู้ค้าครอบคลุมเป็นวงกว้างแบบเฉพาะตัว ซึ่งมีตั้งแต่ผู้ผลิตอิสระและผู้ค้าปลีกแบบเฉพาะกลุ่มไปจนถึงแบรนด์ระดับโลก Woo จึงมีความพร้อมเป็นอย่างดีในการรองรับการค้ารูปแบบใหม่นี้ การค้าแบบใช้เอเจนต์ช่วยเปิดโอกาสให้เข้าถึงลูกค้าที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Modi กล่าวว่า "ข้อดีของ Woo ก็คือ เราไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ค้ารายใหญ่ที่ขายของแบบเดียวกันกับผู้ค้ารายอื่นๆ เท่านั้น เรายังมีผู้ค้าเฉพาะทางอยู่หลายรายเช่นกันที่ขายสินค้าที่น่าสนใจ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการค้นพบด้วย AI ที่ปรับเปลี่ยนแบบเฉพาะตัวมากขึ้น การค้าแบบใช้เอเจนต์จะช่วยให้ผู้ค้าได้พบกับลูกค้าโดยตรงตามความตั้งใจ ความชื่นชอบ และบริบท แทนที่จะใช้เครื่องมือค้นหาแบบเดิมหรือการจ่ายเงินลงโฆษณาเพียงอย่างเดียว"
ในขณะที่ Woo ช่วยให้ผู้ค้าพร้อมรองรับการค้ารูปแบบใหม่ Stripe จะยังคงเป็นพาร์ทเนอร์รายสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับระบบ Woo
WooCommerce และ Stripe ร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้เห็นบริษัท 2 แห่งดำเนินงานเร็วมากๆ เพื่อให้ผู้ค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ฟังก์ชันมากขึ้น และวิธีในการขยายธุรกิจของตนมากขึ้น